ดีไซน์บรรจุภัณฑ์อย่างไรให้สวยงาม ตอนที่2

 

ดีไซน์บรรจุภัณฑ์อย่างไรให้สวยงาม ตอนที่2

สำหรับตอนที่2นี้จะกล่าวถึง แบบการจัดตัวอักษร ซึ่งจะเลือกรูปแบบการจัดตัวอักษร ควรคำนึงถึงการรับรู้ของกลุ่มผู้อ่านด้วย เช่นแบบชิดซ้าย จะปล่อยให้ทางขวามือเว้าแหว่งแบบอิสระให้ความรู้สึกความลื่นไหลของคำเป็นธรรมชาติ เป็นที่นิยมของนักออกแบบกราฟฟิก การชิดแนวนอนด้านซ้ายมือ เป็นวิธีการของพิมพ์ดีดโดยทั่วไป แบบปรับซ้ายขวาตรงเป็นแบบที่ปรับตัวอักษรให้ได้แนวตรงทั้งซ้ายขวา นิยมใช้พิมพ์ในหนังสือแล้วนิตยาสาร ไม่ดีตรงที่บางคำถูกตัดขาดทำให้ยากต่อการอ่าน แบบชิดขวาจะปล่อยให้ทางซ้ายเว้าแหว่งเป็นอิสระ ให้ความรู้สึดอ่อนแอ ทางซ้ายมือเหมาะสมกับข้อมูลสั้นๆ เช่น คำโฆษณา ระบบธุรกิจ หัวเรื่องให้ความสมบูรณ์และช่องไฟดี

แบบศูนย์กลาง เป็นแบบสมดุลยภาพทั้งขอบซ้ายและขวาเว้าแหว่ง ช่องไฟระหว่างคำดี แต่ละบรรทัดควรมีความสั่นยาวแตกต่างกัน เพื่อสรา้งรูปแบบที่น่าสนใจ ให้ความรู้สึกเป็นแบบแผน แบบรอบขอบภาพ การจัดวางตัวอักษรให้สัมพัทธ์กับรูปร่างของสัญลักษณ์ ภาพถ่ายเฉพาะรูปร่างหรือภาพประกอบ ให้ความรู้สึกสบายตา แบบล้อมรอบ ตัวอักรที่จัดล้อมรอบรูปภาพซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นภาพสี่เหลี่ยมความยาวของคอลัมน์แต่ละตอนแตกต่างกัน ส่วนมากเป็นคำบรรยายภาพแบบอดุลภาค สีสภาพเว้าแหว่งทั้งซ้ายและขวา เป็นแบบหรือการจัดวางที่ คาดเดาไม่ได้ ดึงความสนใจในการมองเห็นได้ดี อ่านค่อนข้างยาก นิยมใช้กับตัวอักษรสั้นๆ แบบแสดงรูปร่าง การจัดตัวอักษรแบบนี้สัมพันธ์กับทฤษฎีเกสตอลท์ในเรื่องของความสืบเนื่อง สายตาจะมองสืบเนื่องไปตามแนวโค้งหรือแนวเส้นฐานในลักษณะต่างๆ ให้ความรู้สึกในการแสดงออก ได้ดี เป็นแบบการจัดที่หาดูไม่ค่อยได้ แบบรูปธรรม เป็นการจัดตัวอักษรให้เกิดรูปร่างของวัตถุหรือรูปร่างอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมา เช่น รูปร่างเรขาคณิต หรือนามธรรมสอดคล้องกับคำที่บรรยาย เป็นการช่วยกระตุ้นความหมายของภาษาให้มีศักยภาพกว้างขึ้น แบบแนวตั้ง การจัดตัวอักษรตามแนวตั้งนี้นิยมใช้กับหัวเรื่อง บ่อยครั้งที่พบการนำไปใช้อย่างผิดพลาด แบบเอียง โดยจัดเอียงมุมเปลี่ยนไปตามมุมที่ต้องการมีส่วนดึงความสนใจต่อเป็าหมายได้พอสมควร ตัวอักษรเอียงช่วยกระตุ้นความรู้สึกสรา้งสรรค์หรือก้าวหน้าได้การเอียงลาดขึ้นทางขวามือจะให้ความรู้สึก สะดวกสะบาย

สำหรับลักษณะเฉพาะของตัวอักษรโดยทั่วไปแล้วจะพิจารณาตามบุคลิกของตุวอักษรแบบต่างๆ ซึ่งมีแบบตัวอักษรอยู่มากมาย อาจจะพิจารณาตัวอักษรต่างๆได้ดังนี้ 1.รูปร่าง การกำหนดชื่อแบบตัวอักษรบางแบบมาจากจุดประสงค์ในการออกแบบก็ได้ 2.ขนาด โดยขนาดของตัวอักษรจะวัดตามแนวตั้งโดยวัดเป็นพอยท์ ตัวอักษรภาษาอังกฤษจะวัดตัวใหญ่เป็นหลัก 3.น้ำหนัก ความกว้างของเส้นตัวอักษรเป็นสิ่งสำคัญในการกำหนดรูปแบบของตุวอักษร คำที่ใช้คือ บาง กลาง หนา และความหนามาก โดยพิจรณาตามความแคบกว้างของสีดำหรือความทึบ 4.ความกว้าง เป็นการวัดความกว้างของตัวอักษรตามแนวราบ คำที่ใช้เรียกคือ ผม ปกติ กว้าง โดยพิจาณาจากแคบไปกว้าง 5.แนวลาด เป็นการพิจารณามุมของตัวอักษรเพื่อบอกบุคลิก คำที่ใช้คือ ตัวตรง ตัวเอียง หรือ Inclined 6.ความคิดพื้นฐาน ความคิดรวบยอดพื้นฐานสำหรับการแก้ปัญหาการจัดวางตัวอักษร จำเป็นต้องคำนึงถึงความขัดแย้งกัน ของตัวอักษรต้องเปรียบเทียบผลการมองเห็นที่ขัดแย้งกันของเป้าหมาย สภาพตัดกันหรือขัดแย้งกัน เป็นตัวแสดงพลัง ในอันที่จะช่วยให้การออกแบบเสนอความคิดมราชัดเจนขึ้น ความขัดแย้งคือ พลังอันเร้าใจทางการมองเห็น และช่วยให้กระบวนการสื่อสารง่ายดายขึ้นได้ 7.เข้าใจง่าย ควมเข้าใจง่ายในการสื่อสารถึงการจัดตัวอักษรแบบต่างๆ เกี่ยวข้องกับการออกแบบสภาพส่วนรวมที่มองเห็นได้ เป็นความง่ายบนการผสมผสานแบบตัวอักษร สัญลัษณ์ ภาพถ่าย และภาพประกอบเข้าด้วยกัน (รวมความซับซ้อนให้เข้าในจง่าย) และ 8.อ่านง่าย เป็นการเกี่ยวข้องกับการออกแบบหรือเลือกแบบตัวอักษรที่แสดงบุคลิกเฉพาะตัวให้อ่านง่าย รวดเร็ว การทดสอบอาจทำโดยอ่านตัวอักษรแต่ละแบบ แล้วเปรียบเทียบเวลาของการอ่าน

ที่มา Asia-Pacific PLAS&PACK, www.mew6.com/composer/package/package_13.php